logos4s
ทำไมต้องฉลองพุทธชยันตี เป็นการยึดถือมั่น ไม่ปล่อยวางหรือ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 07 สิงหาคม 2012 เวลา 15:50 น.

“ทำไมต้องฉลองพุทธชยันตี” เป็นคำถามหรือการตั้งข้อสังเกตที่ได้ยินกันบ่อยเช่นกัน โดยผู้ที่ยกประเด็นเช่นนี้ขึ้น มักจะมองว่าการฉลองเป็นการแสดงว่าเราชาวพุทธยังคงยึดมั่นถือมั่น ไม่ได้ปล่อยวางกันจริง และการเฉลิมฉลองด้วยการจัดงานใหญ่โตก็เป็นการฟุ่มเฟือย เป็นเพียงงานอีเว้นต์ที่ผ่านๆ ไป ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรนัก จากข้อสังเกตเหล่านี้ก็อาจดูเสมือนว่าเป็นข้อเท็จจริงอยู่บ้าง แต่ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงโลกทัศน์ที่จำกัดไปเพียงมุมมองหนึ่งเท่านั้น ผู้เขียนเองโดยส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วยกับการเฉลิมฉลองที่ให้น้ำหนักไปในทางอามิสบูชาแบบที่จัดเป็นงานอีเว้นต์ใหญ่โตฟุ่มเฟือยหรือแบบฉวยโอกาสหาเงินทองเป็นธุรกิจแฝงศาสนา เช่นกัน แต่ต้องเข้าใจว่าพระพุทธศาสนาในมิติทางสังคมนั้น ได้อ่อนแรงลงไปมาก จนหลายท่านเห็นพ้องกันว่าเป็น “วิกฤตการณ์” อย่างที่สุด ตั้งแต่วิถีพุทธในระดับครอบครัว ชุมชน ไปจนถึงภาพรวมของสังคม แม้ว่าหลายปีมานี้ การปฏิบัติในทางพุทธศาสนาของปัจเจกบุคคลอาจจะมีความเคลื่อนไหวที่ก้าวหน้าขึ้นมาบ้างในบางหมู่บางกลุ่ม แต่ถ้ามาพิจารณากันดูในระดับตั้งแต่ครอบครัว ขึ้นมาไปจนถึงสังคมใหญ่ของประเทศไทยแล้ว เราจะพบว่าเป็นภาวะถดถอยหรือความเสื่อมทรามอย่างน่าตกใจ ดังจะเห็นการปะทุขึ้นของปัญหาครอบครัว ปัญหาเด็กและเยาวชน ปัญหาสังคมในเรื่องอบายมุขสิ่งเลวร้ายต่างๆ ที่มีมากขึ้นและรุนแรงขึ้นทุกขณะ แม้แต่เรื่องการแตกแยกขัดแย้งเข่นฆ่าทำลายล้างเผาบ้านเผาเมืองของคนไทยกันเองในหลายปีมานี้ ก็เป็นปรากฎการณ์ของการปะทุขึ้นของปัญหาที่สั่งสมมานาน เสมือนกับการโผล่ขึ้นมาของยอดภูเขาน้ำแข็งแต่เพียงเท่านั้น สังคมไทยจึงเสมือนกำลังติดบ่วงหรือ “ตกหล่ม” อยู่ในบาปอกุศลอย่างหาทางเข็นขึ้นมาได้ยากหรือแทบไม่ได้ หากมีมาตรวัด “บาปมวลรวมประชาชาติ” ของไทยในตอนนี้ ก็คงมีค่าทำลายสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ชาติไทยแล้ว

หากรถยนต์คันหนึ่งได้ตกหล่มที่เป็นหลุมโคลนลึกอยู่ คำถามก็คือว่าเราจะสามารถใช้คนเพียงคนเดียวมาเข็นหรือฉุดให้รถขึ้นจากหล่มได้หรือไม่? คำตอบตามความจริงก็คือ ไม่ แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป เราก็ต้องใช้คนหลายๆ คนมาช่วยกันทั้งฉุด ทั้งดึง ทั้งเข็น ทั้งดัน และเหยียบคันเร่ง แต่หากแต่ละคนต่างคนต่างออกแรงกันไม่พร้อมกัน ก็ยังยากที่จะเข็นรถขึ้นมาจากหล่มได้ ถามว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปอีก ตอบว่า โดยความเป็นจริงก็มักจะมีคนคอยให้สัญญาณเสียงว่า “ฮุยเลฮุ้ย” หรือ “นึง-ส่อง-ส้ำ” เพื่ออะไร ก็เพื่อจะให้การดึงการฉุดการเหยียบคันเร่ง ทำได้พร้อมเพรียงกัน จนรวมเป็นแรงที่ทำให้รถขึ้นมาจากหล่มได้ ฉันใด สังคมไทยทุกวันนี้ตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคลและครอบครัวขึ้นมาจนถึงระดับสังคมใหญ่ ก็มีสภาพเหมือนว่าตกหล่มแห่งบาปอกุศลหรืออบายมุขที่เป็นหลุมลึกอยู่เช่นกัน การเฉลิมฉลองงานพุทธชยันตีในมิติปฏิบัติบูชาคือการเอาชนะกิเลสอย่างที่กล่าวมาแล้ว จึงเป็นเสมือนการออกเสียงให้สัญญาณแก่ชาวพุทธในประเทศไทย ได้ออกแรงให้พร้อมกันเพื่อช่วยกันฉุดให้สังคมไทยได้ขึ้นมาจากหล่มแห่งความหายนะจากบาปอกุศลนี้ได้ ฉันนั้นเหมือนกัน

ดังนั้นการเฉลิมฉลองพุทธชยันตีให้ได้คุณค่าแท้ จึงสมควรจะเน้นย้ำให้เกิดการปฏิบัติบูชาเป็นสำคัญ และการปฏิบัติแต่เพียงปัจเจกบุคคลนั้นก็ยังไม่เพียงพอ สมควรที่จะใช้โอกาสปีพุทธชยันตีเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนได้ช่วยกันสนับสนุนส่งเสริมให้ชาวพุทธได้ปฏิบัติบูชาร่วมกันทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน สังคม และเมื่อทำพร้อมๆ กันอย่างต่อเนื่องอัตโนมัติได้เมื่อไร นั่นคือการฟื้นฟูให้เป็น “วิถี” ของชาวพุทธ หรือ “วิถีพุทธ” ให้กลับคืนมาสู่ครอบครัวชุมชนและสังคมไทยนั่นเอง

 

ติดต่อเรา

ศูนย์ประสานงานพุทธชยันตี สังฆะเพื่อสังคม
2044/21 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
ติดต่อเรา
อีเมลล์: sangha4society@gmail.com
โทรสาร: 02-319-5019
เว็บไซต์
Website: click
Facebook: click

เกี่ยวกับเรา

เนื่องในมหาธัมมาภิสมัย พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้มีการเฉลิมฉลองปฏิบัติบูชาในช่วงระหว่างวิสาขบูชา ๒๕๕๓ – วิสาขบูชา ๒๕๕๖ เป็นเวลา ๓ ปีเต็มนั้น ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่เหล่าพุทธบริษัททั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์จากทิศ ทั้ง ๔ ของประเทศไทยได้มาประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานในมิติด้าน พุทธสาสนากับสังคมจากกันและกัน ก่อเกิดความเป็นกัลยาณมิตร จนสามารถรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายของพุทธบริษัทที่ทำงานทางสังคม ภายใต้ชื่ออันเป็นมงคลสูงสุดว่า “เครือข่ายพุทธชยันตี อ่านต่อ

แผนที่ ศูนย์ประสานงาน